ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

Fire Pump System

หัวใจหลักของระบบดับเพลิงที่ช่วยหยุดยั้งความสูญเสีย

หากระบบ Fire Alarm คือ "หูตา" ที่คอยเฝ้าระวังภัย Fire Pump (เครื่องสูบน้ำดับเพลิง) ก็คือ "หัวใจ" ที่ทำหน้าที่ฉีดฉีดน้ำไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อระงับอัคคีภัย ระบบดับเพลิงจะไม่มีประสิทธิภาพเลยหากขาดแรงดันน้ำที่เสถียรและทรงพลัง

Fire Pump คืออะไร?
เครื่องสูบน้ำชนิดพิเศษที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในระบบดับเพลิงโดยเฉพาะ มีหน้าที่เพิ่มแรงดันน้ำในเส้นท่อให้สูงพอที่จะจ่ายน้ำไปยังอุปกรณ์ปลายทาง เช่น หัวฉีดน้ำดับเพลิง (Sprinklers), ตู้โฮสแร็ค (Fire Hose Cabinets) หรือ หัวรับน้ำดับเพลิง แม้ในจุดที่สูงที่สุดหรือไกลที่สุดของอาคาร
ส่วนประกอบสำคัญของชุดเครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire Pump Set) ในการติดตั้งมาตรฐาน (NFPA 20) ชุด Fire Pump มักประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก:
1. Main Pump (ปั๊มตัวหลัก): อาจขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) หรือเครื่องยนต์ดีเซล (Diesel Engine) ทำหน้าที่จ่ายน้ำปริมาณมากเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้
2. Jockey Pump (ปั๊มรักษาแรงดัน): เป็นปั๊มขนาดเล็กที่คอยทำงานเมื่อแรงดันในท่อตกเล็กน้อย (เช่น ท่อรั่วซึม) เพื่อป้องกันไม่ให้ปั๊มหลักต้องทำงานโดยไม่จำเป็น
3. Controller (ตู้ควบคุม): สมองกลที่สั่งการให้ปั๊มทำงานอัตโนมัติเมื่อตรวจพบว่าแรงดันในระบบลดลงถึงจุดที่กำหนด
ประเภทของ Fire Pump ที่นิยมใช้
การเลือกประเภทของปั๊มขึ้นอยู่กับโครงสร้างอาคารและปริมาณน้ำที่ต้องการ:
1. Horizontal Split Case: ปั๊มที่บำรุงรักษาง่าย ให้ปริมาณน้ำสูง เหมาะสำหรับโรงงานและอาคารขนาดใหญ่
2. Vertical Turbine: ออกแบบมาเพื่อสูบน้ำจากบ่อน้ำใต้ดินหรือแหล่งน้ำที่อยู่ต่ำกว่าตัวปั๊ม
3. End Suction: ปั๊มขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ เหมาะสำหรับอาคารขนาดกลางหรือพื้นที่จำกัด
ทำไมต้องมีการตรวจสอบ Fire Pump (Performance Test)?
เนื่องจาก Fire Pump ไม่ได้ถูกใช้งานบ่อยครั้ง จึงมีโอกาสที่จะเกิดสนิมหรือกลไกติดขัดได้ มาตรฐาน NFPA 25 จึงกำหนดให้มีการตรวจสอบดังนี้:
• Weekly Test: สตาร์ทเครื่องทดสอบตัวเปล่าทุกสัปดาห์ เพื่อเช็กความพร้อมของเครื่องยนต์และแบตเตอรี่
• Annual Flow Test: การทดสอบประสิทธิภาพประจำปี เพื่อเช็กว่าปั๊มยังคงสามารถจ่ายน้ำและแรงดันได้ตามสเปก (Performance Curve) หรือไม่

  • Vertturbdslfirepump